ป.2 บท 3 (รัตติกาล)

[ มานะ มานี cameo ใน #โป้งก้อยอิ่ม ป.2 บท 3 ] 

การสอนเด็กให้เคารพกฎ กติกา ในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยที่เด็กไม่หลับไปเสียก่อน 

เรื่องเล่าหลังไมค์ ตอนที่ 3

จาก #โป้งก้อยอิ่ม http://pongkoi.im 

หนังสือแบบเรียนฉบับการ์ตูนเล่มแรกของประเทศไทย*

ทุกวันนี้เดินไปทางไหนก็เห็นเด็กตัวเล็กๆ นั่งติดจอ เสพความบันเทิง ดู YouTube หรือไม่ก็เล่นเกม บางทีไม่ได้นั่ง แต่เดินไปเสพไป ตามองแต่จอ ไม่มองทาง คนอื่นต้องเดินหลบให้  หรือบางครั้งแม้ข้ามถนนก็ยังมองจอโทรศัพท์  บางที แม้อยู่ในที่สาธารณะเช่นร้านอาหาร ก็เปิดเสียงดังมากจนรบกวนผู้อื่น

เด็กเหล่านี้น่าสงสาร เขาถูกผู้ใหญ่อย่างพวกเรา “รังแก” ทำให้เขามองเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องมือเสพความบันเทิง ไม่ได้มองว่าเป็นเครื่องมือสำหรับเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงาน  เขามีความสุขระยะสั้นจากการเสพ แต่เขาไม่ได้มีความภูมิใจในการพัฒนาตนเองเลย  นอกจากนี้เขายัง “ละเมิดกติกา”​ ต่างๆ โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะผู้ใหญ่ไม่ได้สอนกติกาหรือ “ข้อตกลงในการใช้งาน” ให้กับเขา 

“ไม่จริง​!! ผมสอนแล้ว ฉันสอนแล้ว แม่สอนแล้ว ครูก็สอนแล้ว! แต่เด็กไม่ฟังเอง” .. เสียงทักท้วงเช่นนี้อาจเกิดขึ้น

คำถามคือว่า เราสอนเขาอย่างไร?  

การสอนกติกาในการใช้คอมพิวเตอร์ / สมาร์ตโฟน / แทบเล็ต (เรียกรวมว่า “อุปกรณ์คอมพิวเตอร์”) วิธีที่ง่ายที่สุดและอาจจะได้ผลน้อยที่สุด ก็คงจะเป็นการสอนในลักษณะเดียวกับการสอนจริยธรรม นั่นคือ ให้เด็กท่องสิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ไม่ควรทำ ทีละข้อ ทีละข้อ  เมื่อใครละเมิดกฎข้อใดก็ลงโทษให้เพื่อนเห็นเป็นเยี่ยงอย่าง 

เช่น: 

  • ห้ามกินขนมในห้องคอมพิวเตอร์
  • ห้ามเล่นเกมในห้องสมุด 
  • ห้ามใช้เกิน 30 นาที 
  • ห้ามเล่นโทรศัพท์ขณะเดิน 
  • ห้ามแต่งกายผิดระเบียบ 
  • ห้าม ฯลฯ … (ถึงตรงนี้ เด็กไม่ฟังแล้ว) 

ปัญหาของวิธีนี้ก็คือ

  1. เด็กคงไม่ฟัง อาจจะหลับไปก่อน หรือสนใจเรื่องอื่นแทน
  2. เด็กไม่เห็นเหตุผลของกฎแต่ละข้อ
  3. เด็กไม่เห็นผลร้ายที่ตามมาจากการไม่เคารพกฎ นอกจากการถูกลงโทษ (ถ้าถูกจับได้)  ดังนั้นเด็กจะพยายามไม่ให้ถูกจับได้  แต่ไม่ได้เห็นคุณค่าของกฎจริงๆ  
  4. คำว่า “ห้าม” มันช่างปิดกั้นความคิดและจินตนาการ 

คณะผู้เขียน #โป้งก้อยอิ่ม นำโดย อ.วัชรพัฐ เมตตานันท จึงทดลองแนวคิดใหม่ของการสอน “กติกา”​ ในบทที่ 3 “รัตติกาล” หนังสือวิทยาการคำนวณ สสวท. ชั้น ป.2 

นั่นคือ: 

  1. เราจะให้ตัวละครทำผิดกฎ!  หรือไม่ก็ แอบอยากทำผิดกฎ แต่เมื่อไตร่ตรองถึงผลกระทบก็เปลี่ยนใจ  เด็กจะได้เห็นว่ากฎแต่ละข้อมีเหตุผลอย่างไร ถ้าละเมิดแล้วจะเกิดผลร้ายอย่างไร 
  2. แทนที่จะใช้คำว่า “ห้าม” เราจะพยายามใช้คำที่เป็นบวก เช่น ห้องสมุดแห่งนี้ “เด็กๆ ทำอะไรได้บ้าง”  เพื่อให้ mindset ของเด็กอยู่ที่ความสร้างสรรค์ การใฝ่รู้ และมองเห็นทางเลือกที่สนุกสนานมากมาย  สนุกกว่าการละเมิดกฎตั้งเยอะ!
  3. เมื่อใดที่มีการกำหนดกฎขึ้นมา (เช่น ไม่เล่นเกม) เราจะต้องบอกเหตุผลให้ชัดเจน (เช่น เพราะจะรบกวนผู้อื่น) 

ดังนั้นเรื่องราวใน บทที่ 3 จึงเปิดประเด็นด้วยหนังสือที่กระตุ้นจินตนาการ 2 เล่ม 2 รส จาก 2 ประเทศ: “รัตติกาล” (Nightfall โดย Asimov) และ “มานะ มานี”*** หนังสือแบบเรียนภาษาไทยคลาสสิกตลอดกาลในตำนาน  ซึ่งโป้งและก้อยจะได้อ่านสองเล่มนี้ในห้องสมุดทันสมัย มีทั้งหนังสือที่เป็นเล่มกระดาษ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนคอมพิวเตอร์  ก้อยหวั่นไหวอยากเล่นเกม**** แต่ฉุกคิดได้ว่าอาจรบกวนคนอื่นจึงไม่เล่น  โป้งนั่งอ่านรัตติกาลกำลังมัน แต่ได้เวลากลับแล้ว ครูบรรณารักษ์รุ่น 4.0 จึงให้ยืม e-book reader กลับบ้าน

โป้งเสพติดจอ e-book (หรือ smartphone) มากเกินไป ผลเสียที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร? … เราจะไม่นั่ง “พร่ำบอก”  แต่เราจะ “แสดงให้เห็น” ด้วยภาพและเรื่องราวที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสงสารและเอ็นดูโป้ง  ​ใครอยากทราบว่าจะเกิด drama ใดกับโป้ง เชิญอ่านเอาเองนะครับ (ไม่ spoil นะ อิอิ)

เรื่องจบแบบหักมุม เกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นว่า ผู้ใหญ่เองก็เผลอทำพลาดได้เช่นกัน เราสามารถช่วยกันสอดส่องดูแลและตักเตือนกันได้ด้วยไมตรีจิต ไม่ใช่จ้องจับผิด 

ก่อนดำเนินเรื่องมาถึงฉากสุดท้าย ผู้เขียนใช้ foreshadow ต่างๆ เช่น กองทัพมด และข้าวเหนียวสังขยา  ถ้านักเรียนอ่านอย่างตั้งใจ อาจเดาตอนจบได้ และอาจเตือนตัวละครที่เกี่ยวข้องไม่ให้ทำผิดพลาด  เมื่อเขาเห็นฉากจบที่เขาได้ทำนายไว้ เราคาดว่าเขาจะรู้สึกภูมิใจและตระหนักรู้ถึงความสำคัญของกฎ/กติกา/ข้อตกลงการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี โดยความตระหนักนั้นเกิดขึ้นจากภายในตัวของเด็กๆ เอง ไม่ได้เกิดจากการ “พร่ำบ่น” “สั่งสอน” “ห้ามปราม” โดยผู้ใหญ่ 

เทคนิคการถ่ายทอด “คำสอน” เป็น “เรื่องราว” เช่นนี้ จะพบได้ในบทอื่นของ #โป้งก้อยอิ่ม อีกเช่นกัน เพราะเราเชื่อว่าตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน 

ผนวกเดช สุวรรณทัต**

4 พฤษภาคม 2562 

ป.ล. 

* จากข้อมูลที่มีอยู่ หนังสือแบบเรียนชุด #โป้งก้อยอิ่ม เป็น หนังสือแบบเรียนฉบับการ์ตูนเล่มแรกของประเทศไทย และน่าจะเป็นหนังสือแบบเรียนฉบับการ์ตูนที่มีเรื่องราวต่อเนื่องหลายชั้นปี เล่มแรกของโลก

** หนังสือเรียนเล่มนี้เขียนกันหลายคน (มีรายชื่อในเว็บไซต์ http://pongkoi.im) ผมเป็นเพียงผู้เขียนคนหนึ่งในหลายๆ คน โดยมี สาขาคอมพิวเตอร์ สสวท. เป็นเจ้าภาพ 

*** e-book “มานะ มานี” ในหนังสือโป้งก้อยอิ่ม มีเนื้อเรื่องดั้งเดิมตามต้นฉบับ แต่ได้แสดง feature พิเศษให้เด็กๆ เห็นว่าหนังสือที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นอาจมีลูกเล่นเพื่อการเรียนรู้เพิ่มขึ้นได้ เช่น เมื่อชูใจถามครูไพลินเรื่องรุ้งกินน้ำ ก้อยก็สามารถกดดูความรู้เกี่ยวกับรุ้งกินน้ำบน wikipedia ได้  และดูวิดีโอที่เกี่ยวข้องได้ (ผู้อ่านโป้งก้อยอิ่มสามารถสแกน QR code แล้วดูพร้อมกับก้อยได้ด้วย) 

**** เกมเลื่อนรถ แนะนำไว้ท้ายบทที่ 1 ช่วยฝึกทักษะการวางแผน การจัดลำดับขั้นตอนก่อน-หลัง 

====

ที่มาของภาพ: 

[1]

background: ภาพดาวเหนือเมือง Santa Barbara, California โดย ผนวกเดช สุวรรณทัต

[2]

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 5

ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) 

ราคา: 

ป.2 หนังสือเรียน = 92 บาท, แบบฝึกหัด = 38 บาท, รวม = 130 บาท 

ป.5 หนังสือเรียน = 99 บาท, แบบฝึกหัด = 41 บาท, รวม = 140 บาท 

ซื้อได้จากร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ออนไลน์ หรือช่องทางอื่นๆ ที่เขียนในเว็บไซต์นี้ 

ซื้อหนังสือได้ที่:
pongkoiim.com/buy

แล้วบทอื่นล่ะ สอนอะไร? อ่านโครงสร้างเนื้อหา ป.2 ทุกบท ได้ที่ https://www.pongkoiim.com/go/?p=52