FAQ: เรียน ​coding ได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ จริงหรือ?​ [fact & opinion]

บทความนี้เขียนโดย ผนวกเดช สุวรรณทัต มีทั้งข้อเท็จจริง และความคิดเห็นซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง

ก่อนอื่นขอวางตนให้ชัดเจน ผมไม่มีหน้าที่ปกป้องนักการเมืองท่านใดทั้งนั้น ไม่ว่าผมจะรักหรือไม่รักเขาก็ตาม สำหรับกรณีนี้ผมขอให้ข้อเท็จจริงทางวิชาการก่อนนะครับ

ข้อเท็จจริง (Facts)

  1. หลักสูตรวิทยาการคำนวณมี 3 แกนหลัก คือ CS-ICT-DL แกนที่นักเรียนต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียน ทั้ง 6 ชั้นปี คือ ICT (word processing, spreadsheet, web browser, search engine, etc) ส่วน DL (Digital Literacy) ซึ่งเกี่ยวกับการรู้เท่าทัน ความปลอดภัย และมารยาทบนโลกดิจิทัล สอนโดยบูรณาการกับเรื่องอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์
  2. สำหรับแกน CS (Computer Science) นักเรียน ป.1 – 3 สามารถเรียนได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ทั้ง 100%
  3. สำหรับแกน CS ระดับ ​ป.4 – 6 นักเรียนสามารถเรียนส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัลกอริทึม ตรรกะ การคิดอย่างเป็นระบบ และการเขียนโปรแกรมแบบ unplugged ได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แต่การเรียน block programming (เช่นภาษา Scratch) จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟน ดังนั้น ในช่วงชั้นนี้อาจเรียน CS โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ได้บางส่วน (อาจเรียกว่า 33% 50% หรือ 67% แล้วแต่มุมมอง)
  4. สำหรับแกน CS ระดับมัธยม จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์

ความคิดเห็น

คราวนี้ คำตอบของผมในบริบทของคำถามนี้ อาจชวนให้ผู้ฟังตีความไปในทางใดทางหนึ่งเกี่ยวกับการวิจารณ์หรือการปกป้องนักการเมืองบางท่าน ซึ่งไม่ใช่เจตนาของผม แต่เมื่อสถานการณ์ทำให้คำตอบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตีความให้ไปเกี่ยวโยงกับการเมือง ผมจึง “จำใจอย่างยิ่งยวด” ที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจดังต่อไปนี้ครับ

  1. เริ่มจากข้อเท็จจริง: จากวิดีโอการแถลงนโยบายฯ 26 ก.ค. 2562 (https://youtu.be/_OCcS8YNyZ8) รมช. ศึกษาธิการ กล่าวในนาทีที่ 5:28:43 ว่า “เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด อุปกรณ์ที่มีอยู่ก็สามารถที่จะสอนเด็กได้” และกล่าวนาทีที่ 5:30:07 ว่า “แล้วเราก็จะสอน coding ให้เด็ก ไม่จำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์หรือมีเครื่องอะไร จริงๆ แล้วก็คือสอนให้คนไทยมีตรรกะในการแก้ปัญหา”
  2. คำกล่าวแรก ผมเห็นว่า ถูกต้องทุกประการ “เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด” เป็นคำกล่าวที่ผมเห็นด้วย และ “อุปกรณ์ที่มีอยู่ก็สามารถที่จะสอนเด็กได้” ผมก็เห็นด้วยเช่นกัน เพราะผมตีความโดยกุศลจิต (charitable interpretation) ว่า ท่านหมายถึงว่าอุปกรณ์ที่มีอยู่ก็สามารถที่จะสอนเด็กได้ในเนื้อหาสาระสำคัญเป็นส่วนใหญ่ (อ้างอิงจากคำชี้แจงของผมในข้อ 2-3)
  3. คำล่าวที่สอง ท่อนแรก “แล้วเราก็จะสอน coding ให้เด็ก” ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมากเพราะผมตีความโดยกุศลจิตว่าท่านหมายถึงทักษะของ coding ซึ่งหมายรวมถึงการคิดอย่างเป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่แค่การพิมพ์ code ลงคอมพิวเตอร์
  4. คำล่าวที่สอง ท่อนที่สอง “ไม่จำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์หรือมีเครื่องอะไร” ผมก็เห็นด้วยเช่นกัน เพราะหลักสูตรวิทยาการคำนวณที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2561 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ไม่มีคอมพิวเตอร์ก็สามารถสอนแกน CS ได้ 100% ในระดับประถมต้น และอาจจะประมาณ 30-70% ในระดับประถมปลาย (แล้วแต่การตีความน้ำหนักของ block programming)
  5. คำล่าวที่สอง ท่อนที่สาม “จริงๆ แล้วก็คือสอนให้คนไทยมีตรรกะในการแก้ปัญหา” ผมเห็นด้วย 100% เพราะนั่นคือปรัชญาหลักของวิชาวิทยาการคำนวณ ที่ผมเชื่อว่าท่าน รมช. จะช่วยส่งเสริม
  6. อนึ่ง
    • หากท่านพูดว่า “เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอะไรเลย จะไม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนอีกแล้ว” ผมก็จะไม่เห็นด้วย แต่ท่านไม่ได้พูดเช่นนั้น
    • หากท่านพูดว่า “อุปกรณ์ที่มีอยู่ก็สามารถที่จะสอนเด็กได้ทุกชั้นปีจนจบหลักสูตร” ผมก็จะไม่เห็นด้วย แต่ท่านไม่ได้พูดเช่นนั้น
    • หากท่านพูดว่า “แล้วเราก็จะบังคับสอน Python/C/Java ให้เด็ก ป.1 ทุกคน” ผมก็จะไม่เห็นด้วย แต่ท่านไม่ได้พูดเช่นนั้น
    • หากท่านพูดว่า “ไม่จำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์หรือมีเครื่องอะไร ก็สามารถสอนได้ 100% ตั้งแต่ ป.1 – ม.6” ผมก็จะไม่เห็นด้วย แต่ท่านไม่ได้พูดเช่นนั้น

สรุป (ความคิดเห็น)

ผมไม่ได้มีความสนใจที่จะมานั่งจ้องจับผิดนักการเมืองท่านใดท่านหนึ่งเลย หน้าที่ของผมคืองานวิชาการ แต่ในกรณีนี้ คำอธิบายทางวิชาการมันอาจถูกตีความไปในทางที่เป็นผลดีผลร้ายต่อนักการเมืองบางคน ดังนั้น ผมจึงจำใจที่จะวิเคราะห์ และได้ผลการวิเคราะห์ว่าผมเห็นด้วยกับท่าน รมช. ผมเห็นว่าท่านไม่ได้พูดผิด และผมมีความหวังว่านโยบายของท่านจะเป็นประโยชน์ เพราะจะนำมาซึ่งการผลักดันการเรียนรู้ทั้งในหมู่นักเรียนและคุณครู เป็นประโยชน์กับประเทศไทยครับ

หมายเหตุ

  • ร่างคำตอบนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสนทนากับคุณกล้า สมุทวณิช ในรายการ podcast กล้าคุย https://www.pongkoiim.com/go/?p=371
  • ความคิดเห็นในบทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความคิดเห็นขององค์กรใด